เช็ค พรบ รถยนต์ หมดอายุหรือไม่ ต่อ พรบ ออนไลน์ได้หรือเปล่า

 ในแต่ละวันคุณอาจมีเรื่องที่ต้องทำมากมายจนลืมเรื่องสำคัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการต่อประกันภัย พรบ ที่จะต้องทำทุกปี หลายคนอาจลืมและขาดต่อประกันไป บล็อกนี้ พี่กู๊ดจึงอยากบอกวิธีการตรวจสอบวันหมดอายุพร้อมกับช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อต่อประกันภัย พรบ มาอ่านกันเลยครับ


เช็ค พรบ หมดอายุอย่างไร

อย่างที่ทราบกันดีว่าประกันภัย พรบ มีอายุความคุ้มครอง 1 ปี เจ้าของรถจึงจำเป็นที่จะต้องควรตรวจสอบว่ารถของคุณยังได้รับความคุ้มครองตามประกัน พรบ อยู่หรือไม่ และหากใกล้ถึงวันสิ้นสุดความคุ้มครองแล้ว แนะนำให้รีบติดต่อบริษัทผู้รับประกันภัยเพื่อต่ออายุประกันภัยครับ ไม่เช่นนั้นอาจถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่ง พรบ รถยนต์จะไม่สามารถซื้อย้อนหลังได้ แต่สามารถซื้อความคุ้มครองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันครับ หากคุณต้องการตรวจสอบวันสิ้นอายุ พรบ สามารถทำได้ 3 วิธี ดังนี้


1. เช็ค พรบ รถยนต์ด้วยตัวเอง

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะคุณสามารถตรวจสอบได้ทันที เพียงดูวันหมดอายุที่หน้ากรมธรรม์ประกัน พรบ ดังตัวอย่างรูปด้านล่าง โดยกรมธรรม์จะระบุวันที่เริ่มคุ้มครองและวันสุดสิ้นความคุ้มครองไว้ชัดเจน


2. เช็ค พรบ รถยนต์กับบริษัทประกันรถยนต์

กรณีที่คุณทำใบกรมธรรม์ พรบ สูญหาย หรือเก็บไว้อย่างมิดชิดจนลืมว่าอยู่ที่ไหน ไม่ต้องตกใจไปครับ ให้โทรสอบถามกับบริษัทประกันรถยนต์ที่ดูแลกรมธรรม์ให้คุณ แจ้งเลขทะเบียนรถยนต์ หรือรายละเอียดอื่น ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ แค่นี้ก็สามารถรู้ได้แล้วครับ


สำหรับผู้ที่ทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจไว้ ไม่ว่าจะ ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 1 พิเศษ, ประกันรถยนต์ 2+, ประกันชั้น 2, ประกันรถยนต์ 3+ และประกันชั้น 3 เมื่อถึงเวลากรมธรรม์ใกล้หมดอายุ เจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัย จะโทรแจ้งคุณล่วงหน้าครับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำให้ต่อประกันภัย พรบ ไปพร้อมกันกับประกันภัยภาคสมัครใจด้วยเลย ซึ่งสะดวก และไม่ต้องคอยตรวจสอบวันหมดอายุเองอีกด้วยครับ


3. เช็ค พรบ รถยนต์กับสำนักงาน คปภ.

กรณีที่คุณทำประกันภัย พรบ หาย แถมยังจำไม่ได้ว่าทำประกันไว้กับบริษัทใด หรือคุณซื้อรถยนต์มือสองมา แต่ลืมสอบถามเจ้าของรถคนเก่าว่ามีความคุ้มครองตามประกันภัย พรบ หรือไม่ สามารถโทรสอบถามความคุ้มครองของรถดังกล่าวได้ที่สำนักงาน คปภ. สายด่วนโทร 1186 กด 2 โดยให้แจ้งข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบให้ครับ


ประกันภัยพ.ร.บ.จำเป็นต้องต่อทุกปี หลายคนอาจลืมและขาดต่อประกันไป บล็อกนี้จะมาบอกวิธีการตรวจสอบวันหมดอายุพร้อมกับช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อต่อประกันภัยพ.ร.บ. มาอ่านกันเลย

ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ ง่าย ๆ 24 ชม. คลิกเลย


ต่อ พรบ รถยนต์ กับต่อภาษีรถยนต์เหมือนกันไหม

ผู้ขับขี่บางคนยังเข้าใจผิด และมักค้นหาการติดพรบหน้ารถ หรือ ที่ติดพรบหน้ารถ แท้จริงแล้วป้าย พรบ ไม่ต้องติดหน้ารถ แต่เป็นป้ายภาษีรถ หรือเรียกอีกอย่างว่าป้ายวงกลมต่างหากที่ต้องติด ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยกรมขนส่งทางบก จะได้รับหลังจากต่อ พรบ พร้อมชำระภาษีรถยนต์ประจำปีเรียบร้อยแล้ว และผู้ขับขี่จำเป็นต้องแสดงป้ายภาษีโดยแปะไว้หน้ากระจกรถยนต์ด้วย


นอกจาก พรบ รถยนต์และป้ายภาษีรถยนต์จะมีความแตกต่างกันอย่างที่พี่กู๊ดได้นำเสนอไปข้างต้นแล้ว คุณยังต้องคอยตรวจสอบป้ายภาษีรถยนต์อีกด้วยว่าหมดอายุเมื่อไหร่ เพราะ พรบ รถยนต์กับป้ายภาษีนั้นไม่ได้หมดอายุวันเดียวกันนะครับ วิธีการตรวจสอบป้ายภาษีรถยนต์ดูได้จากวันสิ้นอายุที่ระบุ วันที่ เดือน และปี พ.ศ.ตัวใหญ่ ๆ หน้าแผ่นป้าย


เมื่อรู้วันหมดอายุแล้วอย่าลืมไปต่อภาษีรถยนต์กันนะครับ เพราะหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าคุณไม่มีป้ายภาษีจะมีโทษปรับ 400-1,000 บาท และใครขาดต่อภาษีรถยนต์ติดต่อกัน 3 ปี รถยนต์ของคุณจะถูกระงับทะเบียน และต้องนำรถไปจดทะเบียนภาษีรถยนต์ใหม่ พร้อมคืนป้ายภาษีเก่า หลักจากนั้นคุณต้องไปชำระค่าภาษีย้อนหลังอีกด้วย


ต่อ พรบ รถยนต์ ไม่ทำได้ไหม

ความจริงแล้ว พรบ คือการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ซึ่งกฎหมายบังคับให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก จำเป็นต้องทำประกันภัยประเภทนี้เพื่อรับความคุ้มครองกับตัวบุคคลกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุ โดยไม่คำนึงว่าบุคคลนั้นที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ จะเป็นผู้ที่กระทำความผิดหรือไม่


ง่าย ๆ ก็คือคุ้มครองคุณทันทีเมื่อคุณบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ต่อให้คุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็คุ้มครองครับ ดังนั้น ตอบได้เลยว่าประกันภัย พรบ มีความจำเป็น และต้องทำเป็นอย่างยิ่ง พี่กู๊ดว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ขับขี่ที่ควรได้รับเบื้องต้นที่ดีมาก ๆ เลย ดังนั้นใครขี้ลืมหรือกังวลว่ากลัวจะต่อไม่ทัน คุณสามารถติดต่อบริษัทประกันรถยนต์เพื่อต่อภาษีก่อนหมดอายุได้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือนได้เลย ส่วนความคุ้มครองจะมากน้อยแค่ไหน และคุ้มครองอะไรบ้าง มาดูกันครับ


พรบ รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง

คุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้น

ผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินเท้า จะได้รับความคุ้มครอง เป็นค่ารักษาพยาบาลในกรณีบาดเจ็บ และค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด ซึ่งบริษัทประกันจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัย หรือทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่บริษัทได้รับคำร้องขอ เป็นจำนวนเงินดังนี้


ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท/คน

กรณีผู้ประสบภัยสูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต จะได้รับค่าชดเชยจำนวน 35,000 บาท/คน

กรณีผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บ และต่อมาได้สูญเสียอวัยวะ จะได้รับค่าชดเชยรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาท/คน

กรณีผู้ประสบภัยเสียชีวิตหลังจากเข้ารักษาพยาบาล จะได้รับค่าชดเชยไม่เกิน 65,000 บาท/คน

คุ้มครองค่าสินไหมทดแทน

เป็นค่าเสียหายที่นอกเหนือจากค่าเสียหายเบื้องต้น โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ในกรณีผู้ประสบภัยได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนเงินดังนี้


  • ค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายอย่างอื่นที่ผู้ประสบภัย สามารถเรียกร้องได้ไม่เกิน 80,000 บาท/คน
  • สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร บริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 200,000 – 500,000 บาท/คน
  • กรณีเสียชีวิต บริษัทประกันจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาท/คน
  • ในกรณีที่เข้ารับการรักษา ณ สถานพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท จำนวนรวมกันไม่เกิน 20 วัน


Related Posts

Post a Comment

Subscribe Our Newsletter